29/06/2022

รวมข่าวกีฬา พรีเมียร์ลีก ไทยลีก ดูบอลสด ไฮไลท์ EPL ผลบอลวันนี้

อัปเดตข่าวกีฬา คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ผลบอล ผลบอลพรีเมียร์ลีก ข่าวพรีเมียร์ลีก ซื้อขายนักเตะ ผลบอลล่าสุด ข่าวกีฬาต่างประเทศ ทุกลีก

ฝ่าวิกฤตผลกระทบสงคราม!!! : ประเด็นหลังจากเกม สิงห์บลู บุกคว้าสามแต้มเหนือ นอริช

สิงห์บลูบุกคว้าสามแต้มเหนือนอริช

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2021/22
คืนวันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม 2022

นอริช 1-3 เชลซี

สนาม: แคร์โรว โร้ด

1. เชลซี จำต้องวิงแบ็คธรรมชาติเพียงแค่นั้น

สิงห์บลู

เกมนี้เป็นอีกนัดที่ โธมัส ทูเคิล จัดการทดสอบเอานักฟุตบอลตำแหน่งอื่นมายืนทำหน้าที่เป็นวิงแบ็คอีกที โดยฝั่งซ้ายใช้งาน ซาอูล นิเกวซ ลงทำแทน มาร์กอส อลอนโซ ที่ติดโควิด ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ย่ำแย่แต่ว่าเห็นได้ชัดถึงความไม่เป็นธรรมชาติในการสร้างสรรค์เกมรุกแตกต่างจาก อัซปิลิกวยต้า ฝั่งขวาที่ขึ้นสุดลงสุดอย่างชัดเจน แถมในครึ่งหลัง นายใหญ่ชาวเยอรมันก็จัดการส่ง รูเบน ลอฟตัส ชีค มาเล่นวิงแบ็คขวาแทน กัปตันเดฟ รวมทั้งคล้ายกับ ซาอูล ที่การทำเกมเห็นได้ชัดว่าเน้นความรัดกุมและแทบจะไม่มีจังหวะลุ้นเปิดบอลให้เห็นเลยตามธรรมชาติของกองกลางตัวกลาง ด้วยเหตุนั่นเองทำให้อาวุธร้ายของ เชลซี ที่เคยมีหายไป เพราะเหตุว่าฉนั้นวันนี้ก็เป็นอีกทีที่ตอกย้ำว่ายังไงซะแผนแบบนี้จึงควรมีวิงแบ็คธรรมชาติลงทำถึงจะเวิร์ค

2. ฮาเวิร์คซ์ แนวรุกอันดับที่หนึ่ง

สิงห์บลู1

เรียกได้ว่าแต่งตั้งตนเองขึ้นมาเป็นหัวหอกอันดับที่หนึ่งของทีมได้เป็นที่เรียบร้อยจากผลงานสุดโดดเด่นในพักหลัง ที่มีส่วนร่วมกับเกมรุกของทีมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้มี เมสัน เมานท์ มาคอยประสานงานเชื่อมเกมกัน ทำให้เกมรุกของ เชลซี ไหลลื่นเนียนตา ต่างกันกับการให้ ลูกากู ที่วันนี้ลงไปในสนามมาเป็นตัวสำรองลิบลับ แถมเกมนี้ก็ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนด้าน แวร์เนอร์ ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงก็เงียบกริบและยังคงฝากผีฝากไข้เอาไว้ไม่ได้อีกเช่นเคย

3. นอริช อันตรายขั้นสุด

นอริช

จากความแพ้พ่ายในนัดนี้ทำให้ นอริช ซิตี้ แพ้มาแล้ว 6 เกมติดต่อกันในลีกตกลงไปอยู่อันดับบ๊วยของตารางมีเพียงแค่ 17 คะแนนจากการลงเล่น 28 นัด ซึ่งน่าดึงดูดตรงที่ทีมอย่าง เบิร์นลีย์ อันดับ 18 และ เอฟเวอร์ตัน อันดับ 17 ที่มีแต้มห่างกัน 4 และ 5 แต้มตามลำดับ แต่ว่าทั้งสองทีมลงแข่งขันน้อยกว่าถึง 2-3 เกม นั่นก็เลยเป็นจุดที่ทีมของ ดีน สมิธ เสียเปรียบกว่าคู่แข่งขันเพราะเหตุว่าไม่เหลือเกมหลงเหลือในมืออีกแล้ว ซึ่งถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ๆ นี้ เราก็คงจะได้เห็น นอริช ซิตี้ กลับลงไปทักเพื่อน ๆ ใน เดอะแชมเปี้ยนส์ชิพ ฤดูกาลหน้าอีกทีอย่างแน่นอน